News

News

News new จาการ์ต้าต้องนำเข้า “ออกซิเจน” ด่วนจากสิงคโปร์ คนต่อโลงศพโอดยอดดับพุ่งทำงานล้น “ไม้อัด” เริ่มหายากราคาพุ่ง

จาการ์ต้าต้องนำเข้า “ออกซิเจน” ด่วนจากสิงคโปร์ คนต่อโลงศพโอดยอดดับพุ่งทำงานล้น “ไม้อัด” เริ่มหายากราคาพุ่ง

รัฐบาลจาการ์ต้าแถลงว่า วิกฤตโควิด-19 ในประเทศเข้าขั้นสาหัสต้องนำเข้าออกซิเจนจากสิงคโปร์ พร้อมวอนนานาชาติเข้ามาช่วยเหมือนอินเดีย ด้านธุรกิจต่อโลงศพในอินโดนีเซียงานล้นมือ วัตถุดิบเริ่มหายากและราคาไม้อัดถีบตัวสูง

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวว่า จะมีเครื่องออกซิเจนทางการแพทย์จำนวน 10,000 เครื่องจะถูกส่งออกมาจากสิงคโปร์ที่มีบางส่วนจะส่งโดยเครื่องบินส่งสินค้าเฮอร์คิวลิสช่วงต้นของวันอังคาร(6)

รัฐมนตรีอาวุโสอินโดนีเซีย ลูฮัต บินซาร์ พันด์ไจตัน(Luhut Binsar Pandjaitan) แถลงว่า “เราได้ทำการสื่อสารกับสิงคโปร์ จีน และแหล่งอื่นๆเพื่อขอความช่วยเหลือ” และเสริมต่อว่า “ และเสริมต่อว่า “เราจะทำการสั่งซื้อ(ออกซิเจน)จากประเทศอื่นๆด้วยหากว่าเรารู้สึกว่าซัพพลายยังคงไม่เพียงพอ”

ทั้งนี้พันด์ไจตันสั่งให้ส่งออกซิเจนทั้งหมดที่มีไปยังโรงพยาบาลที่มีค้นไข้ล้นในวันจันทร์(5) พร้อมเตือนว่าแดนอิเหนาอาจต้องพบกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดถึงขั้นมีการติดเชื้อ 500,000 คน/วัน ที่เป็นผลมาจากสายพันธุ์เดลต้า

ทั้งนี้ในวันจันทร์(5)อินโดนีเซียมีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ 29,745 คน และเสียชีวิตเพิ่มอีก 558 คน เกิดขึ้นหลังสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลอินโดนีเซียสั่งมาตรการโควิด-19 ใหม่ออกใช้ในกรุงจาการ์ต้าซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุด และทั่วทั้งเกาะชวา และเกาะบาหลี

ระบบสาธารณสุขของอินโดนีเซียไม่สามารถรับผู้ป่วยเพิ่มได้ส่งผลทำให้ต้องปฎิเสธคนไข้ ทำให้ครอบครัวต้องออกไปควานหาถังออกซิเจนเพื่อสมาชิกครอบครัวสำหรับการรักษาภายในบ้านพักกันเอง

มีโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 12 แห่งในเมืองซูราบายาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศในเวลานี้เต็มแล้วและไม่สามารถรับคนไข้เพิ่มได้ เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเปิดเผย

กลุ่ม NGO ช่วยเหลือเด็กๆ Save the Children กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “ระบบสาธารณสุขกำลังใกล้ที่จะล้มครืน โรงพยาบาลต่างๆในเวลานี้มีคนไข้ล้น ซัพพลายออกซิเจนกำลังจะหมดสต็อกและการให้บริการสาธารณสุขในชวาและบาหลีนั้นไม่มีเครื่องมือเพียงพอเพื่อรองรับต่อวิกฤตการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของคนไข้ป่วยหนัก”

วิกฤตโควิด-19ที่ทำให้อินโดนีเซียมีจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด 61,140 คนยังกระทบต่อธุรกิจต่อโลงศพเนื่องมาจากการเพิ่มจำนวนมากของความต้องการ

รอยเตอร์รายงานว่า ผลจากจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันทำให้ธุรกิจต่อโลงศพในประเทศต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นมาก โดยเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากช่วงเวลาปกติ

โอลาสการ์ ปูร์บา (Olaskar Purba) วัย 62 ปีเจ้าของธุรกิจต่อโลงศพในกรุงจาการ์ต้าแสดงความเห็นกับรอยเตอร์ว่า “ก่อนหน้าการระบาดเรามักจะต่อโลงศพสูงสุด 10 โลง/วัน” และเสริมต่อว่า “แต่ในเวลานี้กลับเพิ่มสูงสุดถึง 30 โลง/วัน และงานเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว”

เขายอมรับต่อว่า “วัสดุที่พวกเราใช้ในเวลานี้เริ่มหายากมากขึ้นจากการที่ราคาไม้อัดสูงขึ้นเช่นกัน” โอลาสการ์ต้องเผชิญหน้ากับคำสั่งขอต่อโลงศพยาวเหยียดจากลูกค้าแต่มีความจำกัดทางความสามารถในการต่อโลงแต่ละวัน

“พวกเราวิตกเป็นอย่างมากเพราะพวกเราตระหนักว่ามีคนจำนวนมากเสียชีวิต” และชี้ว่า “ผ่านไปยังทุกๆคน ขอได้โปรดเชื่อฟังตามกฎรัฐบาล สวมหน้ากากอนามัยและรักษาการเว้นระยะห่างทางสังคม”

TopBack to Top